
ภาพระบบฐานรากแบบงัวและกงพัดของโครงการบูรณปฏิสังขรณ์เรือนไทยขนาดใหญ่หลังหนึ่งซึ่งผู้เขียนบันทึกไว้ในขั้นตอนการขุดค้นทางโบราณคดีเพื่อเก็บหลักฐานเดิมก่อนการบูรณะ
งัวและกงพัดนี้เกิดจากวิธีคิดการกระจายน้ำหนักจากเสาผ่านไปที่กงพัดซึ่งพาดทับหลังงัวสู่ดินอ่อน เสาต้นที่รับน้ำหนักอาคารสูงกว่าก็จะมีงัวหลายตัวหรือกล่าวกว้างกว้างว่าพื้นที่กระจายน้ำหนักจากงัวสู่ผืนดินสูงกว่า กรณีกงพัดนั้นจากประสบการณ์ของผู้เขียนเคยพบทั้งแบบรอดคือเสียบทะลุผ่านเสาและแบบประกับคู่ซึ่งหากพินิจพิเคราะห์จะเห็นว่าแบบประกบประกับคู่นั้นจะมีความเสถียรมากกว่า
ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตไว้ว่าการเหลาปลายงัวให้เรียวแหลมคล้ายหัวดินสอนั้นก็เพื่อประโยชน์ในการเสือกไสบนดินอ่อนหรือดินโคลนในการจัดระบบระเบียบ งัวตัวใหญ่ ยาว และ มีน้ำหนักมาก การจะยกวางตามตำแหน่งโดยผู้ปฏิบัติงานยืนจมอยู่บนดินเปียกดินโคลนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย กรณีนี้ผู้เขียนนำไปเปรียบเทียบกับวัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นซุงไม้ที่ถูกตัดโค่นในป่าบนภูเขาซึ่งถูกเหลาปลายแหลมคล้ายหัวดินสอทั้งนี้ก็เพื่อเสือกไสซุงไม้นี้ลงจากเขาสูงชันแทนการขนส่งด้วยพาหนะปกติ(ในอดีต) หากไม่เหลาปลายแหลมจะไม่สามารถไถลผ่านอุปสรรคของภูมิประเทศได้ง่าย


ภาพเสาซุงเหลาปลายแหลม Takayama Jinya ประเทศญี่ปุ่น
