
ลูกสลักไม้ใช้ในการประคองและจับยึดองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมไว้ให้มั่นคง ลักษณะของลูกสลักไม้สำหรับงานไม้สถาปัตยกรรมนั้นไม่ใช้ลูกสลักกลึงกลมเนื่องจากไม่มีแรงเบียดเสริมเพิ่มการจับยึด ช่างไม้ไทยในอดีตใช้วิธีแทงหรือเหลาลูกสลักด้วยสิ่วหรือมีดพร้าให้ลูกสลักเป็นสันเหลี่ยมหลายมุมทั้งนี้ก็เพื่อจะให้สันเหลี่ยมนั้นเบียดอัดในรูร่องให้กระชับซึ่งหมายความว่าส่วนที่เป็นด้านจะต้องไม่โตไปกว่ารูร่องเสียบ ปล่อยให้สันใหญ่กว่ารูร่องเสียบเล็กน้อย จำนวนเหลี่ยมสันมุมนั้นต้องไม่มากไม่น้อยเกินไป จำนวนน้อยไปสันมุมก็จะใหญ่อาจเบียดไม้ปริแตก จำนวนมากไปก็จะเกือบกลมไม่มีแรงเบียดอัด
ลูกสลักที่ใช้การแทงทะลุนิยมเหลาเป็นรูปเรียวยาวปลายเล็กกว่าแล้วจึงค่อยใหญ่ขึ้นและยังใช้การเหลาเหลี่ยมสันมุม เดือยรูปปลายแหลมปล่องกลางนั้นเรียกว่า เดือยลูกประสัก เนื่องจากมีรูปทรงลักษณะคล้ายผลต้นประสัก ส่วนปลายเล็กจะเสียบเข้ารูร่องเพื่อการตอกเดือยได้ง่ายและแม่นยำ ส่วนกลางที่ปล่องออกจะค่อยเบียดจนแน่นพอดีแล้วจึงหยุดตอกอัด การตอกเดือยลูกประสักจะตอกให้ทะลุลงไปให้ส่วนปลายโผล่ออกจากรูร่องแต่ไม่ตัดปลายส่วนเกินออก เมื่อเวลาต้องการรื้อถอก็ตอกสวยเดือยลูกประสักออกมา

เดือยลูกประสักแบบตอกทะลุซึ่งถอดรื้ออกจากเรือนไทยเก่า

ลูกสลักไม้แบบตอกฝังจมซึ่งถอดรื้อจากเรือนไทยเก่า สังเกตเห็นผิวเรียบมันแสดงให้เห็นผลของการเบียดอัดจนแน่น
