
เทคนิคการซ่อมปะไม้จากตำหนิลักษณะต่างๆ เช่น ตาไม้ รอยบากเจาะ ฯลฯ ควรเลือกใช้ไม้สายพันธุ์เดียวกันและพิจารณาลายเสี้ยนไม้ทั้งรูปลักษณะ ทิศทาง และ ขนาดของเสี้ยนไม้ภายใต้สมมติฐานที่ว่าไม้สายพันธุ์เดียวกัน ลายเสี้ยนจากการแปรรูปในลักษณะเดียวกัน (ลายเส้นหรือลายภูเขา) จะมีการเปลี่ยนแปลงทางขนาดและรูปทรงสัมพันธ์กันช่วยลดความเสี่ยงในการหดขยายตัวไม่เสมอกันทำให้ชิ้นส่วนซ่อมปะนั้นเกิดรูร่องระหว่างรอยต่อเกิดความเสียหายหรือหลุดร่อนได้
ไม้แต่ละสายพันธุ์มีอัตราการหดขยายตัวแตกต่างกัน โดยอัตราการหดขยายตัวในระนาบผิวสัมผัส Tangential plane ของไม้สายพันธุ์ใดใดจะสูงกว่าอัตราการหดขยายตัวในระนาบรัศมี Radial plane เสมอโดยไม่มีข้อยกเว้น การพิจารณาระนาบผิวสัมผัสหรือรัศมีนั้นให้พิจารณาจากรูปแบบของลายเสี้ยนที่ด้านหน้ากว้างของชิ้นไม้ ระนาบผิวสัมผัสจะมีรูปแบบลายเสี้ยนลายภูเขา Cathedral grain ขณะที่ระนาบรัศมีจะเกิดเป็นลายเส้น Straight grain การนำชิ้นส่วนไม้ซ่อมปะที่มีลายเสี้ยนจากการแปรรูปในระนาบต่างกันมาซ่อมปะนอกจากจะทำให้อายุการใช้งานของการซ่อมปะลดลงมากแล้วยังทำให้เกิดผลทางสายตาที่อาจเห็นตำหนินั้นชัดเจนจากลายเสี้ยนหรือสีของไม้ที่แตกต่างกัน ช่างไม้ที่มีความประณีตจึงพิถีพิถันในการเลือกชิ้นไม้สายพันธุ์เดียวกันที่มีสีและลายเสี้ยนใกล้เคียงกันนำมาใช้เป็นชิ้นส่วนอะไหล่ในการซ่อมปะ
การจับยึดในการซ่อมปะชิ้นไม้นั้นโดยทั่วไปนิยมใช้กาวในการจับยึด บางกรณีพบว่ามีการใช้ลูกสลักไม้ช่วยขัดชิ้นไม้ซ่อมปะด้วยหรืออาจใช้ตะปูตอกไว้ด้านในของชิ้นไม้ซ่อมปะแล้วตัดหัวตะปูอีกด้านหนึ่งเจียรให้แหลมก่อนจะตอกอัดเข้าไปในร่องบากไว้ซึ่งทาด้วยกาวก็จะช่วยประคองชิ้นไม้ซ่อมปะโดยไม่เห็นรอยลูกสลักไม้ที่ผิวด้านนอก

